ถ้าให้พูดถึงนักแสดงมากความสามารถ ที่มีรางวัลการันตีจากหลายเวทีคุณภาพ รวมถึงยังมีความรักในสิ่งแวดล้อม จะนึกถึงใครไปไม่ได้ นอกจากเธอคนนี้ “ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ”

โดยล่าสุด ถึงแม้สาว ‘ นุ่น ศิรพันธ์ ’ จะคิวแน่นมากแค่ไหนก็ตาม แต่เธอก็ได้สละเวลามาร่วมงานแถลงข่าวให้กับโครงการสร้างสรรค์สังคม อย่าง “วาโก้ บราเดย์ บรามีค่า…สร้างอาชีพ รักสิ่งแวดล้อม ปี 7” ภายใต้แนวคิด Zero Waste (ขยะ เท่ากับ ศูนย์ ) และ Social Enterprise (สร้างอาชีพ สร้างรายได้) โครงการให้ความสำคัญในความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับคนในสังคมโดยการส่งเสริมสถานภาพสตรีบ้านพักฉุกเฉินและสตรีผู้ด้อยโอกาสในเครือข่ายของสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

แต่ตอนนี้เราไปทำความรู้จักกับผู้หญิงที่สวย เก่ง มีความสามารถ และรักสิ่งแวดล้อมอย่างเธอคนนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

 The Passion : จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้หญิงที่รักสิ่งแวดล้อม 

“หลายๆ คนจะคุ้นนุ่นในบทนางร้าย หรือสถานภาพส่วนใหญ่ก็คือการเป็นนักแสดง แต่สิ่งที่หลายๆ คนอาจไม่ทราบ จะเห็นว่าเกือบ 10 กว่าปีที่คบกับสามี (ท็อป – พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ) มา ก็ทำเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เช่น การออกแบบ การดีไซต์ต่างๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมหรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในระยะเวลา 10 ปีที่เรามาทำตรงนี้ก็ทำให้เรารู้ว่าการทำเพื่อสิ่งแวดล้อมจะต้องมีประชาชนและสังคมด้วย เพราะคนในชุมชนและสังคมต้องช่วยกันประคับประคองสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน จุดนี้เองเลยทำให้เรากลายมาเป็น SE หรือ Social Enterprise คือการทำกิจการเพื่อสังคม

ซึ่งการเป็น SE ที่ดีนุ่นมองว่าเราควรทำอย่างยั่งยืน โดยการซัพพอร์ตชุมชนหรือสังคม ที่ไม่ใช่แค่การแบ่งผลกำไร แต่ควรนำเค้ามาใช้หรือให้เค้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรา เหมือนกับโครงการนี้ซึ่งทำเป็นปีที่ 7 แล้ว ในการช่วยซัพพอร์ตสตรีฯ ดังนั้นคำว่า ‘บรามีค่า’ ไม่ได้มีค่าทางตัวเงินอย่างเดียว แต่ยังมีค่าทางจิตใจกับคนที่ถูกซัพพอร์ต มีค่ากับสิ่งแวดล้อมที่คุณนำเค้ากลับมาใช้แล้วคุณคืนกลับไปให้เค้า สำหรับนุ่นนี่คือสิ่งที่ยั่งยืนมาก”

instagram.com/noon_siraphun
instagram.com/noon_siraphun

 The Passion : สำหรับโครงการ วาโก้ บราเดย์ ทำไมนุ่นถึงสนใจโครงการนี้ 

“นุ่นเป็นคนนึงที่ซื้อชุดชั้นในเยอะมากๆ เพราะการที่ต้องแสดงละคร ยิ่งถ้าเข้าต้องเข้าฉากแอคชั่น เสื้อในก็มักจะขาดบ้าง แล้วซึ่งเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมเข้าฉากในละครก็ต้องมีคอสตูมมาช่วยแต่งตัว เราจะใส่ชุดชั้นในที่ขาดก็กลัวจะเป็นข่าวเม้าท์มอยในกอง แบบพี่นุ่นใส่เสื้อในขาดอ่ะแกก ถ้าจะเอาไปบริจาคก็กลัวเค้าจะตกใจว่านี่ ! ชุดชั้นในของนุ่นหรอ แต่คือโครงการนี้ นุ่นชื่นชมไอเดียมากๆ ที่มีถุงกระดาษที่สามารถย่อยสลายได้ด้วย มาให้เราไว้ใส่ชุดชั้นในที่ไม่ใช้แล้วของเราก่อนหย่อนลงกล่อง จะได้ไม่ต้องอายใครเลย รวมถึงยังมีจุดบริการต่างๆ อย่างรถไฟฟ้า คือตอบโจทย์ชีวิตเราอ่ะ”

ผลิตภัณฑ์จากส่วนประกอบของชุดชั้นใน คือสวยและใช้งานได้จริง ดีย์เว่อร์ !

 The Passion : ปัจจุบันมีปัญหาการทำลายสิ่งแวดล้อมให้เราเห็นมากขึ้น นุ่นมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง 

“เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่ว่าเราจะไปโทษกันหรือบอกว่ามันเป็นความผิดของใคร แต่มันควรจะกลับมามองตัวเราเองว่าเราในฐานะผู้บริโภคข่าว เราจะรอให้เกิดเรื่องขึ้นก่อนค่อยเกิดแอ็คชั่นหรอ หรือเราควรจะมองว่ามันควรเป็นเรื่องที่เราใส่ใจตลอด เราจะช่วยเหลือเรื่องแบบนี้ยังไง คือมันยังมีปัญหาอีกเยอะ ที่ไม่ถูกพูดถึงอ่ะค่ะ แต่นุ่นก็จะขอเป็นกระบอกเสียงในการช่วยเหลือสัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมต่อไป แล้วก็รู้สึกดีใจและขอขอบคุณเพื่อนดารา นักแสดงหลายๆ คนที่ร่วมด้วยช่วยกันรณรงค์ในเรื่องนี้”

 The Passion : แล้วสำหรับงานเรื่องล่าสุด เรือนเบญจพิษฟีดแบคเป็นยังไงบ้างคะ 

“เรื่องนี้เราก็ปล่อยของเต็มที่เลย นุ่นชอบรับงานที่ไม่ซ้ำเดิม เหมือนฝึกทักษะไปด้วยเรื่องที่แบบจัดเต็มมาก อย่าเพิ่งเกลียดอีหยกนะ…ทั้งหมดมันเป็นการแสดง แค่เค้าเชื่อกับละครที่เราเล่น เราก็ดีใจค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่สละเวลามาดูละครของนุ่นเพราะว่า นุ่นสนุกมากเวลานุ่นเป็นตัวละคร สนุกที่สุดเลย ไม่เป็นตัวเองนี่ดีที่สุดเลย 555 แล้วก็ชอบมากเวลาที่ออกกองแล้วไปเล่นละคร สนุกค่ะ”

instagram.com/noon_siraphun
instagram.com/noon_siraphun

 The Passion : นอกจากการแสดงละครแล้ว เห็นว่านุ่นเพจ NANA Chanel ด้วย 

“คือตอนเด็กๆ นุ่นชอบทำขนม พอย้ายออฟฟิศมาแล้วมีพื้นที่ที่ทำครัวได้ เราก็เลยตกแต่งของเรา แล้วก็เล่นของนุ่นอยู่คนเดียว พอเริ่มสนุกสนาน ก็ชวนน้องมาเล่นด้วย แล้วพี่ท็อปเห็นมุมที่แบบ…เธอมีมุมนี้ด้วยหรอ อะไรอย่างนี้ นุ่นก็เลยเริ่มอัดวิดีโอเล่นๆ ส่งให้เพื่อนดู ปรากฏว่าพี่ท็อปก็ยุว่า เออ…นุ่นน่าจะแบบทำสิ่งที่นุ่นชอบ เป็นตัวเองดู เราก็เลยลองอัดแบบจริงจังนิดนึง ที่เห็นก็คือทำแค่ 3 คนนะ มีแค่น้องตากล้องคนนึงกับน้องที่เป็นเชฟที่มาทำงานหลังบ้านด้วยกันกับเราคนนึง ซึ่งพอทำแล้วมันก็สนุกขึ้นเรื่อยๆ แต่จริงๆ ที่อยากทำไม่ได้อยากโชว์ว่ามาสอนทำอาหารเนอะ แต่นุ่นอยากจะเป็นเพื่อนกับคนที่ทำอาหารไม่เป็น เพราะนุ่นก็ชอบ แต่นุ่นทำไม่เป็น คือสมมุติว่าสูตรที่แม่ให้มาแล้วแม่ทำอร่อย แต่เราสามารถทำให้ไม่อร่อยได้อ่ะ คือแบบเราไม่ได้มีสกิลหรือทักษะด้านนี้ แต่เราชอบทำก็เลยฝึกมาเรื่อยๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ดีขึ้นนะคะ”

facebook.com/nana.tvchannel
facebook.com/nana.tvchannel
facebook.com/nana.tvchannel

 The Passion : นอกจากรายการทำอาหาร จะมีแพลนทำรายการอื่นอีกมั้ยคะ  

“ตอนนี้เรากำลังจะปลูกผักค่ะ ทุกอย่างมันเริ่มจากสิ่งที่นุ่นสนใจ พอเราทำเรื่องสิ่งแวดล้อม คือสิ่งแวดล้อมมันเบลนเข้าได้กับทุกเรื่องเลยอ่ะค่ะ มีวันนึงที่เราเริ่มไปสนใจเกี่ยวกับการปรุงดิน การปลูกผักแบบออแกนิกส์ แล้วก็ไปเจอแบบชุมชนที่เค้าปลูกผักอินทรีย์ แล้วก็เห้ย…ทำไมแบบไม่มาทำในเมืองอะไรอย่างนี้ นี่ก็เดี๋ยวอีกซักพักนึงก็จะมีโปรเจ็คใหม่เพิ่มขึ้นมาค่ะ”

instagram.com/noon_siraphun
instagram.com/noon_siraphun
instagram.com/noon_siraphun
instagram.com/noon_siraphun

 The Passion : สุดท้ายนี้ฝากเทคนิคการดูแลความรักให้กับสาว The Passion หน่อยค่ะ 

“นุ่นว่าการเป็นตัวของตัวเองดีที่สุดค่ะ คือไม่ว่าจะเป็นช่วงโปรโมชั่น เพิ่งรู้จักกันหรืออะไรอย่างนี้ คือเราเป็นตัวของตัวเองเหอะ ซึ่งถ้าเค้ารับได้ในสิ่งที่เราเป็นเนี่ยเราจะสบาย เค้าก็จะสบาย เค้าจะได้ไม่ต้องแบบ…ทำไมก่อนเป็นแฟนเธอดีอย่างนี้ แล้วหลังเป็นแฟนเธอเป็นอีกแบบ คือความรักมันจะดีถ้าเราแบบจริงใจกับทั้งตัวเราเองและเค้า”

instagram.com/noon_siraphun
instagram.com/noon_siraphun

สาวๆ The Passion คงจะเห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้มีนอกจากจะมีความสามารถเยอะแยะมากมายแล้ว เธอยังมีเสน่ห์มากขนาดไหน เธอทำให้เราเห็นได้เลยว่า…ผู้หญิงทุกคนล้วนมีความสวยในแบบฉบับของตัวเอง ♥

ส่วนสาวๆ คนไหนอยากจะร่วมมอบโอกาสที่ดีและสร้างคุณค่าให้กับสังคม ด้วยการบริจาคบรากับโครงการ “วาโก้ บราเดย์ บรามีค่า…สร้างอาชีพ รักสิ่งแวดล้อม ปี 7” สามารถบริจาคได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์  ถึง 30 มิถุนายน 2561  ที่เคาน์เตอร์วาโก้และกล่องรับบริจาคตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ